ใครยังไม่รู้เรื่องว่ามันคืออันใด กรุณาตามอ่านได้ที่นี้นะเคอะ http://valentino.exteen.com/20070106/tag

อืมมม สวัสดีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกท่าน ในที่สุดกระผมก็โดน TAG จนได้ แต่เค้าฮิตกันไปถึงไหนมาไหนตั้งนานแสนนานมาแล้ว ตัวเองเพิ่งมารู้ ต๊ายยยย เฉยระเบิดชิบโผงเลยตู ไหนๆก็ไหนๆว่าจะอู้ซะหน่อย ( ไหนเอ็งบอกว่าจะขยันอัพแล้วไง หา?) เอ้า เอาก็เอาเล่นหน่อยละกัน อะเหอะๆๆๆ ขอบคุณเจ๊มกพี่สาวสุดที่เลิฟ และคุณเป้คนสวย ที่ได้เลือกกระผมมาเป็นผู้ได้เกียรติรับการ TAG มา ณ ที่นี้ ขอบคุณล่วงหน้าครับผมมมมม

อันจะว่าเรื่องเกี่ยวกับความลับเรอะ ผมไม่มีนาเอาจริง จริง จริ๊งงงงงงงงงงงงงงง เอ๊ะจะให้มีเรอะเอ้าๆก็ล่ายฮะ มีก็มี วู้ววววววววอะไรกันน่อ อย่างเราเนี่ยนะจะมีฟามลับอะไรกันนักหนา ผมหนะคนเปิดเผยจะตายไม่เคยมี

.

.

.

.

.

(เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง~!!!! กลุ่กๆๆ)

.

.

ORZ.....

โอเคๆก็ได้แต่จะเรียกความลับได้รึเปล่าก็ไม่รู้นะ ถ้าไม่ใช่ก็อย่ามาโทษกันหละ XD~มันอาจจะเป็นเรื่องของตาแก่ขี้บ่นคนหนี่งก็ได้

1. ชื่อโลมาทราย นี่มาจากไหนงั้นรึ?

ก็มาจากสมัยก่อนต้องการที่จะสร้างมาสคอตเป็นของตัวเองซักอย่างหนี่ง แต่เอ๊ะเอาอะไรดีหว่า ก็เอ อา อือ เอาไรดีหว่าหงะ คิดไม่ออกอะไรที่มันเป็นตัวเรารึ แล้วก็มีเสียงลอยมา พะยูนไง~!!!

(.......................................)

.

.

.

.

.

เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง พลักะ~~

.

.

ซักพักเจ้าของเสียงก็โดนอัดติดฝาไปตามระเบียบ แต่คิดไปคิดมาเอ๊ะเอาที่มันใกล้เคียงหน่อยดีกว่า คิดไปคิดมา ใช่แล้ว โลมาไง โลมา!!!! แต่เอ๊ะ ถ้าใช้โลมาเฉยๆมันก็จืดอะดิ แถมดูท่าจะซ้ำอะไรกับชาวบ้านอีก งั้นเอาใหม่คิดไปคิดมา ก็คิดถึงเกม JoJo ทีมีฉากโจทาโร่สู้กับเทพเจ้าเก๊บที่เป็นแสตนด์แห่งน้ำ

เอ๊ะ@@!!!! ลูกคลื่นมันวิ่งบนทรายได้เหมือนน้ำเลยนิ งั้นเป็นนี่เลย โลมาทรายละกัน!!!!มีเอกลักษณ์เป็นโลมาที่ชอบใส่แว่นกันแดดเพราะว่าแดดมันจ้าเดียวสายตาเสีย และกางร่มอยู่ตลอดเพราะว่าเดียวแดดเผาจะทำให้ผิวเสียกลายเป็นโลมาย่างเปล่าๆและชอบนอนอยู่ทะเลทรายชอบดำทรายเพราะว่ายน้ำไม่เป็น (เหมือนตัวจริง)อัตราการว่ายทรายเร็วประมาณ 100 เมตรใน 11 วินาที ถ้าโกรธเวลาว่ายทรายความเร็วจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 เมตรใน 7.5 วินาทีและ จะมีคลื่นระเบิดทรายตามหลังเป็นระลอกๆไป โลมาทรายจะมีของมีค่าอยู่ 1 อย่างชื่อว่า Dophine Charm ซึ่งถ้าใครได้มันไปจะสามารถควบคุม โลมาทรายได้ตามใจชอบ ฮ่าๆครีเอตสิ้นดี ( เอ๊ะยังไง?)

2. เป็นคนที่เกลียดการไว้ผมสั้นอย่างรุนแรง

ขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่าไม่ชอบการไว้ผมสั้นอย่างมาก เพราะรู้สึกว่าเวลาที่ไว้ผมสั้นจะขาดความมั่นใจอย่างรุนแรง สมัยก่อนฝังใจกับการดูถูกของคนไว้หลายคนมากๆ เพราะว่าหน้าตาสมัยก่อนหน้าตาออกไปทาง โฉด โหด ดุีร้ายอย่างรุนแรง (เอาเหอะตอนนี้หน้าตามันก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่หรอก) แล้วก็พอเข้ามหาลัยใหม่ๆก็ไว้ผมยาวมาก จริงๆมันก็อาจจะไม่ยาวเท่าไหร่สำหรับหลายคน ก็แค่ถึงกลางหลังเป็นหางม้ายาวๆแล้วก็ไม่ยอมตัดมันอีก เหอะๆๆๆซึ่งก็จะออกมาไสตลผู้ชายหัวฟูๆมีหางม้าฟูๆหนาๆอยุ่ข้างหลัง ใส่แว่น เพราะเป็นคนผมหนามาก แต่แล้วก็ได้เจ๊ที่เป็นพี่สาวท่านหนึ่งอยุ่ในวงการการตูน ซึ่งเป็นกลุ่มการตูนกลุ่มแรกๆในประเทศไทยที่นำคอสเพลย์มาเริ่มแต่งกัน ลากไปชุบตัว ตั้งแต่ทรงผม เสื้อผ้า ยันการแต่งตัว ปรับเปลี่ยนใหม่หมด แล้วตอนนั้นก็ดันเชื่ออีก(ฮา)ยอมเอาผมที่เลี้ยงไว้เกือบ ปีกว่าหลังจากจบม ปลาย แต่ผลที่ได้ก็น่าประทับใจนะ ได้ผมยาวเป็นทรงเท่ห์ๆแล้วก็รู้สึกเลยว่า Look ที่ผู้คนมองมันดูแตกต่างออกไป ก็เลยรู้สึกชอบการไว้ผมยาวของตัวเองมาก อีกอย่างเวลาไว้ผมยาวรุ้สึกว่าตัวเองจะหน้าเข้มมาก พอผมสั้นก็เป็นอีตาหยองแหยงธรรมดาๆไม่ชอบเอาเลย (ปล ปัจจุบันขณะที่กำลังพิมม Entry นี้อยู่ ผมสั้นทรงซารารี่แมนไปเรียบร้อย เพราะว่าต้องไปสัมภาสน์งานผู้จัดการฝึกหัดโรงแรมใบหยก หวังว่าคงได้ เพราะเอาจริงๆ ตัวเองเป้นคนที่ โคตรของโคตรของโคตร เสียดายผมหง่า!!!!กะว่าถ้าได้งานนี้จะไปต่อผม คอยดู@@!!!)

3. เป็นคนที่มีเหตุผลมากพอๆกับบางครั้งที่ไม่ต้องการเหตุผลอะไรซักอย่าง

พูดไปพูดมาก็เป็นคนที่แปลกแสนจะแปลกในสายตาคนหลายคน ไม่ว่าจะเพื่อนสนิทหรืออดีตแฟนหรือในสายตาหลายๆคน เพราะว่าเป็นคนที่บางครั้งก็ไม่รู้จะไปสรรหาอะไรนักหนาในการมีเหตุผลที่จะทำหรือไม่ทำอะไรซักอย่างเพราะหลายครั้งหลายเรื่องก็ต้องการเหลือเกินกับเหตุผลมากมายที่จะสรรหามันมาเป็นแรงผลักดันให้กระทำอะไรบางอย่างลงไป เพราะรู้เลยว่าเรื่องบางเรื่องเป็นสิ่งที่ดีที่ควรกระทำ แต่ แต่ แต่ว่า ทำไมน้อ มันไม่มีเหตุผลพอที่จะทำเลย? ให้ตายเถอะ ฮะ ฮะ ฮะ แต่เมื่อนับข้อดีได้เกิน 10 ข้อแล้วก็ลงมือทำได้~!!!!(ขี้เกียจนี่หว่า)

แต่ในทางตรงข้ามในเรื่องบางเรื่องก็ไม่ต้องการเหตุผลอะไรเลยในการกระทำ เช่นเรื่องช่วยคน โดนเฉพาะช่วยคนมีเรื่อง ประสบการณ์สอนให้รู้ว่า เรื่องร้อยละแปดสิบของตัวเองที่ตัวเองเจอนั่น เป็นเรื่องที่ชาวบ้านเอามาให้ทั้งนั้น แบบว่าอยู่เฉยๆมันก็บินมาเองอะ แฮะๆ ผมไม่ได้อ้างนา เพราะส่วนใหญ่เวลาเพื่อนมีเรื่องตีกับใครก็วิ่งเอาเรื่องนั้นมาให้เรารับหน้าทุกที (อ้างอิงจากสมัยก่อน)ซึ่งก็พาลให้ตัวเองต้องออกหมัดเท้าเข่าศอกบ่อยๆ เลือดตกยางออกบาดเจ็บไปตามระเบียบทั้งตัวเองทั้งคู่กรณี แต่เป็นคนที่ยอมรับว่าสามารถทิ่มหมัดเข้าหน้าชาวบ้านได้ทันทีโดนไม่มีสัญญาณ ไม่ต้องขู่ไม่ต้องโวยวายปัญญาอ่อน หน้าอาจจะหัวเราะแต่ ตูมมมมม หมัดเข้าหน้าไอ้คนที่อยู่ตรงข้ามไปแล้ว และสามารถเล่นงานคนที่ทำตัวงี่เง่าเฮงซวยได้โดยที่ไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมากมาย เอาเป็นว่าเอ็งกวนความรู้สึกข้า ข้าก็ไม่เอาเอ็งไว้ละกัน เหอะๆ

4.เคยคิดสั้นๆสมัยก่อนว่าคนอย่างเราจะเรียนจบมหาลัยได้หรือวะเนี่ย อะเอิ้ก~

มันไม่ใช่อะไรร้อกกกก ก็สมัยก่อนหนะคุณหญิงเด็จแม่ของอิฉันเนี่ย เคยพร่ำบอกถึงการเรียนมหาชาลัยว่ามันยากเย็นแสนเข็ญลำบากใจ เกรดไม่ดีนะลูกตกนะ เรียนใหม่นะรีเอนเธอร์นะ ต้องสอบเข้าใหม่นะ ไม่มีสอบซ่อมนะลูก บลาๆๆๆๆๆๆๆจนอิฉันที่สมัยนั้นยังเป็นวัยคะนอง( มีน่า คนเราต้องมีสมัยเป็นวัยรุ่นมั้งดิ เอ๊ะๆทำหน้าเชื่อกันบ้างดิ้ ! ไม่ใช่ออกมาก็หน้าตาแก่แร่ดแบบนี้เลย แม๋ )เกิดความคิดว่าไอ้หน้าอย่างเราเนี่ยมันจะเรียนจบไม๊ว๊า แล้วไอ้อย่างเราเนี่ย มันจะมีวันได้รับปริญญาบัตรถ่ายรูปใหญ่โตแบบชาวบ้านเขามั้งไหมว๊า หรือว่าจะไม่มีสิทธิ มีวาสนากะเขาแบบนั้นนะ ก็แน่หละ ตูมันติดจะโง่ๆแล้วเรียนไม่ค่อยเก่งซะด้วย ไม่ใช่ไม่เก่งธรรมดาถึงขั้นโง่เลยแหละ อะเหอ อะเหอ เรียนก็ไม่ค่อยจะเรียน ยิ่งสมัยม ปลาย แสบสันต์อย่างแรง อยู่โรงเรียนผู้ดีไม่เอา ไปคบเพื่อนที่เป็นพวก เทคนิค เด็กเก พวกตีรันฟันแทงทั้งหลาย แก๊งซิ่งมอเตอร์ไซค์ เรียนก็ไม่ค่อยจะเรียน เอาแต่ซิ่งรถ บ้าบอ ตีกับชาวบ้าน ไม่ค่อยคบเพื่อนดีๆ ( มานั่งนึกในปัจจุบันนี่เจริญจังเลยตูสมัยก่อนเนี่ย ทำไปได้ไงว้า)แต่สุดท้ายพอมาถึงวันนี้ก็รู้สึกแปลกๆ เพราะในที่สุดก็เรียนจบได้ ได้รับปริญญา มีรูปถ่ายตั้งโต๊ะรับปริญญาให้แม่ปลื้ม มีใบประกาศนียบัตร คิดแล้วมันก็เป็นเรื่องที่ดีนะ

5.เป็นคนที่ไม่มีเหตุผลในการช่วยเหลือใครๆ พอๆกับที่เชื่อว่า ต้องเลือกด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะดีพอ

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า ในสมัยก่อน ในช่วง ม ต้นที่อยู่โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน กรุงเทพ ได้เจอเรื่องบ้าๆเข้าไปหลายๆเรื่อง ซึ่งพูดแล้วมันก็คงเหมือนพวกละครน้ำเน่าทั้งหลายหละมั้ง ประเภทที่ว่าคนใจดีคนซื่อโดนคนอื่นรังแก ถูกทำร้าย ถูกหักหลัง โกหก หลอกลวง ทั้งเจ็บทั้งทุกข์ทรมานทั้งผิดหวังไม่มีอะไรดีเลย เป็นได้แค่ตัวตลกสนุกสนานให้คนอื่นเค้ารังแก เป็นไอ้แหยที่ไม่อาจเชื่อใจใครได้แม้แต่คนเดียว...ในตอนนั้นการฟ้องครูหรือผู้ปกครอง มันไม่ช่วยอะไรเลย เพราะเมื่อฟ้องเสร็จสุดท้ายเราก็ยังโดนทำร้ายเหมือนเดิม ไม่มีเปลี่ยน ส่วนวิธีการที่ผู้ปกครองบอกเราว่า ให้หลีกเลี่ยงพวกคนชั่วไว้ แล้วมันจะตายหรือหายไปเองมันก็ใช้ไม่ได้ เพราะต้องเจอกับพวกมันทุกวัน....

สุดท้ายหลังจากหลุดลอดออกมาได้ เข้า ม ปลาย ก็ตัดสินใจเลือกเส้นทางเส้นทางหนี่งนั่นคือเลือกที่จะยืนสู้กับพวกมัน ยืนชก ยืนเตะ ยืนต่อยกับมัน ต่อให้ต้องล้มกี่ครั้งต้องร้องไห้กี่ครั้งก็จะลุกขึ้นมาสู้กับมันให้ได้ ในที่สุดการเลือกที่จะสู้กับอันธพาลชนเหล่านั้นด้วยการใช้ ' พลัง 'และ 'ความรุนแรง 'ในที่สุดน่าแปลก นั่นคือเส้นทางที่เราเลือก แต่หลังจากแปรทุกอย่างให้เป็นด้านตรงข้ามในที่สุด จากคนถูกรังแกก้าวขึ้นยืนแนวหน้าของพวกนักเลงนักเรียนสมัยนั้น มันก็คงเป็นแรงบันดาลใจที่เราก็รู้สึกได้เลยหละมั้งว่า เราเลือกด้วยตัวเองแล้วมันถูก มันดี ถึงมันจะบ้าบอคอแตก ถึงมันจะดูเลวในสายตาของผู้ใหญ่ แต่เราก็ไม่ต้องเจ็บตัวอีก เราก็ไม่ต้องโดนทำร้ายอีก แต่เราก็เลือกที่จะไม่ไปมั่วกับเพศตรงข้าม หรือ เมายาเหมือนที่หลายๆคนทำกัน

ส่วนเรื่องที่ไม่มีเหตุผลในการช่วยเหลือใคร ๆ ก็คงเป็นเพราะว่า ในตอนนั้น ไม่มีใครที่สามารถดึงเราออกจากสถานการณ์บ้าๆแบบนี้ไปได้เลย ถามว่ามันเกี่ยวกันตรงไหนเหรอ? มันเกี่ยวกันตรงที่ว่า เพราะในช่วงเวลาหลังจากนั้นที่ตัวเราเองก็เกิดคิดขึ้นมาได้ว่า....

.

จะมีคนอีกกี่คนนะ ที่ต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานเหมือนเราเมื่อสมัยก่อน?

.

จะมีอีกกี่คนนะ ที่อยากให้มีใครซักคนยื่นมือที่พร้อมจะช่วยเหลือเขาอย่างจริงจัง?

.

จะมีคนต้องร้องให้ทุกข์ใจเพราะไม่มีใครสามารถช่วยอะไรได้แบบที่เราเคยเจออีกเท่าไหร่?

.

จะมีคนอีกคนที่เฝ้ารอคอยใครซักคนเป็นแรงใจให้เขาสามารถลุกขึ้นได้อย่างเข้มแข็งในที่สุด?

.

ถ้ามันจะเป็นแบบนั้น...

ฉันคนนี้ที่สามารถลุยขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง จะเป็นแรงและกำลังให้พวกเขาเอง

อย่างน้อยฉันอาจจะเป็นได้เพียงผู้ฟังที่ดี

แต่ฉันก็จะฟังคุณเท่าที่คุณอยากจะพูด

ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณให้คุณร้องไห้ โวยวาย ให้พอ เพียงเพื่อคุณจะได้สัญญากับฉันว่าพรุ่งนี้คุณจะไม่ร้องให้อีก

ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณตราบเท่าที่คุณต้องการ เพียงเพื่อให้คุณรับรู้ว่า คุณไม่ได้อยุ่คนเดียว

ฉันจะกอดคุณเท่าที่คุณอยากให้ฉันกอดเพื่อให้คุณไม่เหงา เพราะฉันอยู่กับคุณ

ฉันจะยิ้มให้คุณและบอกคุณว่ายังมีอีกคนนะที่เห็นคุณค่าของคุณ

ฉันยินดีจะพูดให้คุณฟัง ยินดีที่จะให้กำลังใจคุณเพื่อให้คุณเข้มแข็ง

เพื่อหวังไว้ว่า ช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าและทุกข์ทรมานของคุณ จะไม่ยาวนานเหมือนที่ฉันเคยพานพบมันมาก็เท่านั้นเอง....

เพราะอย่างน้อย...

คุณ

ยัง

มี

ฉันอยู่ตรงนี้นะ

 

 

 


''COLOURS''

By: FLOW

自分を 世界さえも 変えてしまえそうな
Jibun wo sekai saemo kaete shimaesouna
瞬間は いつもすぐそばに。。。
Shunkan wa itsumo sugu sobani
The moment that changes me and the world is always right here with me
เพียงเสี้ยววินาทีนั้น ที่มันได้เปลี่ยนแปลงฉันคนนี้ เปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบให้หันหน้ามาเป็นของฉัน

隠せぬ苛たちと たち尽くす自分を みつめ
Kakusenu iratachi to tachi tsukusu jibun wo mitsume
With the irritation I cant hide, I look at myself who is exhausted.
ความทุกข์ทรมานนี้ที่แสบเจ็บปวดฉันไม่อาจซ่อนเร้นมันไว้ได้ แต่ก็ทำได้เพียงแค่มองตัวตนที่ไร้ซึ่งพละกำลังจะทำสิ่งใด

迷いながら 悩みながら 悔みながら 決めればいいさ
Mayoinagara nayaminagara kuyaminagara kimerebaii sa
All the indecision, anguish, regrets, I chose to use
ความไม่แน่นอน ความรวดร้าว ความโศกเศร้าทั้งหมดนี้ ฉันจะขอเลือกใช้มันทั้งหมด

君がくれた 言葉ひとつ 戸惑いは消え去り
Kimegakureta kotoba hitotsu tomadoi wa kiesari
Just the one word you gave me and the confusion vanishes
แต่ รู้ไหม เพียงแค่คำคำเดียว ที่เธอได้หยิบยื่นมาให้แก่ฉัน ได้นำพาความสับสนทั้งปวงให้หายไปจากหัวใจ

からっぽだった 僕の部屋に 光が射した
Karappo datta boku no heya ni hikari ga sashita
and the light shines into my room that was once empty
และนำพาแสงสว่างสู่ห้องว่างเปล่าที่เคยปิดตายในความรู้สึกตลอดมา

見上げた大空が 青く澄み切ってゆく
Miageta oozora ga aokusumikitte yuku
The sky I looked up at was blue and perfectly clear,
ยามนี้ ท้องฟ้าที่ฉันได้มองขึ้นไป มันช่างเป็นสีฟ้าสดใส ไร้ซึ่งสิ่งใดมาปิดกั้นมัน

とざした 窓を ひらくことを決めた
Tozashita mado wo hiraku koto wo kimeta
I decided to open the window that was locked
และทำให้ฉันตัดสินใจ เปิดหน้าต่างที่เคยปิดตายออกไปอีกครั้ง

自分を 世界さえも かえてしまえそうな
Jibun wo sekai saemo kaete shimaesouna
瞬間は いつもすぐそばに
Shunkan wa itsumo sugu sobani
The moment that changes me and the world is always right here with me
ช่วงเวลานั้น ช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงฉันคนนี้ และทำให้โลกทั้งใบนี้กลายมาเป็นของๆฉันในที่สุด

満たせぬ日常に あるはずの答えを 探して
Mitasenu nichijou ni aruhazu no kotae wo sagashite
In the unsatisfying everyday life, Im looking for the answer that should exist
ในช่วงเวลาที่ชีวิตนี้ที่เคยมีสิ่งใดน่าพึงพอใจ ในทุกวันที่ผ่านพ้น ฉัน ยังคงเฝ้ารอและมองหาคำตอบที่น่าจะมีตัวตนอยู่

あさひに独り 柔らかな声に 振り向けば
Asahi ni hitori yawarakana koe ni furi mukeba
Alone in the morning sun, I turn towards a gentle voice
ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ส่องประกายยามเช้า ฉันผู้ยืนอยู่เพียงคนเดียว ได้หันกลับไปหาเสียงที่แสบอบอุ่นที่เรียกฉัน

眩い日射しの中 ふと君が微笑む
Mabayui hizashi no naka futo kimi ga hohoemu
In the dazzling sunlight, you casually smiled
ในแสงสว่างที่สุกใสและเป็นประกายนั้น เธอยังคงยิ้มให้ฉันอยู่เสมอ

とざした 窓が ひらきそうになる
Tozashita mado ga hirakisou ni naru
And opened the window that was closed
และช่วยฉัน เปิดหน้าต่างที่ปิดตายบานนั้นให้เปิดออกในที่สุด

自分を 世界さえも かえてしまえそうな
Jibun wo sekai saemo kaete shimaesouna
存在は 僕の目の前に。。。
Sonzai wa boku no me no mae ni
The existence that changes me and the world is here right in front of my eyes
บางสิ่งที่อยู่ตรงนั้น ได้แปรเปลี่ยนตัวและโลกใบนี้ที่อยู่ตรงหน้าสายตาของฉัน ให้พลันชัดเจน

見上げた大空が 青く澄み切ってゆく
Miageta oozora ga aoku sumikitte yuku
The sky I looked up at was blue and perfectly clear,
ทำให้ท้องฟ้าสว่างไสวและไร้เมฆใดมาบดบัง ยามฉันเพ่งมอง

とざした 窓を ひらくことを決めた
Tozashita mado wo hiraku koto wo kimeta
I decided to open the window that was locked
และทำให้ฉันเลือกตัดสินใจที่จะเปิดหน้าต่างที่เคยปิดอยู่

自分を 世界さえも かえてしまえそうな
Jibun wo sekai sae mo kaete shimaesouna
瞬間を 感じるいまここに。。。
Shunkan wo kanjiru ima koko ni.
I feel the moment, that changes me and the world ,right here right now and here
ฉันรับรู้แล้ว ช่วงเวลานั้น ช่วงเวลาที่ได้เปลี่ยนแปลงฉันและโลกทั้งใบที่อยู่ตรงหน้า ณ ที่แห่งนี้

光へと 両手を伸ばして。。。
Hikari e to ryoute wo nobashite
Stretch both your hands towards the light
กางแขนทั้งสองข้างของเธอออกสิกางมันรับแสงสว่าง

心を吹抜ける 空の色 香る風
Kokoro wo fukinukeru sora no iro kaoru kaze
The colour of the sky and fragant wind lets your heart blow open
แสงสีของท้องฟ้าและสายลมนั่น จะนำพาให้หัวใจของเธอเปิดออกอีกครั้งในที่สุด

 


 


 

 

ต่อไปเป็นรายชื่อของบุคคลที่ผมบุกไป TAG มาเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

http://detong.exteen.com/คุณต้องใจ Open Your Mind Open Your Heart

http://unakite.exteen.com/ซอร์จัง She Is My Sorcerees

http://waykin.exteen.com/ คุณเวคิน พลนักรบหัวใจยิ่งใหญ่ อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ

http://lufia.exteen.com/ลิงหื่น Y ของท่านรุ่นที่ 4 ( มันจะโผล่มาอ่านไหมเนี่ย?)

http://karael.exteen.com/ประธานเพลย์บอย ซึ่งปัจจุบันไม่เพลย์บอยแล้วเพราะมีคนคอยคุม

 

 

 

เอาหละขอให้ทุกท่านโชคดี และขอบพระคุณอีกครั้งที่เข้ามาเยี่ยมชมบล๊อกแห่งนี้ แล้วพบกันใหม่นะครับ


 

 

อ่อ ฝากข้อคิดไว้ซักนิด :

'' Just Because You Can Does Not Mean You Should ''


 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อย่ากดูจังคับ

#12 By มาคับ (125.24.163.246) on 2007-06-15 22:50

โลมาทราย...หรอ?
น่ารักจัง

#11 By haruhana (124.121.140.66) on 2007-04-06 13:53

ขอบคุณนะคะ ที่ยังให้กำลังใจเสมอมายังไม่ได้เล่น Tag เลยอ่ะคะ
ตั้งแต่ปีใหม่มาก็มีแต่เรื่อง พยายามจะคิดว่ามันไร้สาระ อย่าไปสนใจ ก็ไม่ได้ ก็งานทำอยู่ทุกวันนิคะ
ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังเล่น Tag กันอยู่รึป่าว Out ไปรึยังน๊า

#10 By detong on 2007-02-01 08:04

หายไปไหนไม่มาอัพบลอกเลยเราก็มาเฝ้ารออ่าน....รอเก้อทู๊กที....เป้เพิ่งกลับมาจากบางแสนหล่ะ แต่พรุ่งนี้ก็จะไปสุราษฎร์ต่อไว้จะมาเล่าให้ฟัง....

รักษาสุขภาพนะคะ ขอบคุณที่แวะเวียนมาทักทายในบลอกเสมอ.....คิดถึงคุณโลมาทรายนะ.....

#9 By NuNual on 2007-01-25 23:06

อ่านข้อสุดท้ายอีกครั้งแบบตั้งใจมากๆ ตอนแรกรู้สึกเห็นใจในอดีตของคุณโลมา...แต่พออ่านๆๆไปก็รู้สึกว่าคนเราจะต้องยืนได้ด้วยตัวเองน่ะถูกต้องแล้วค่ะ คนรอบข้างเป็นเพียงกำลังใจให้เราได้เท่านั้น แม้คุณโลมาจะตั้งใจเรื่องไม่ช่วย(โอบอุ้ม)ใครแต่เรารู้ว่าในใจคุณโลมาก็ห่วงใยคนอื่นเสมอ...น่ารักมากจ้า....

#8 By NuNual on 2007-01-20 00:20

ลืมชมว่าเพลงแปลเองรึเปล่าแปลเก่งแฮะ...เป้เรียนญี่ปุ่นยังอ่านได้ไม่หมดเลย...วันเด็กต้องพาเด็กไปเที่ยวรึเปล่าคุณโลมา...อิอิ ฝันดีค่ะ....

#7 By NuNual on 2007-01-13 01:42

คุณโลมาทรายเกลียดการไว้ผมสั้นแล้วเกลียดผู้หญิงผมสั้นด้วยรึป่าวอ่ะ....แง๊วๆๆๆอย่าเกลียดนู๋นะ....ฮือๆๆๆๆ
ป.ล.ได้งานแล้วถ้าไปต่อผมต้องเอารูปมาลงด้วยนะคะ อยากเหห็นจริงเชียว555+ เป็นกำลังใจสำหรับงานใหม่เน้อ

#6 By NuNual on 2007-01-10 22:37

จะมาบอกว่า ชั้นอัพบลอคแล้วดีใจซะเจ้าโลมางี่เง่า 5555 แกวันนี้วันเกิดชั้นน๊า โฮะๆ อืม ตอบTagแล้ว ความจริงเห็นที่มาเมนท์หรอกไม่งั้นก็ไม่รู้เรื่อง
- -+ โฮะๆๆๆๆ

#5 By Lufia Autumn Moon on 2007-01-10 20:52

ตรงกับเราหลายข้อเลยแฮะ :P

คงไม่ช้าไปที่จะพูด สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^^

#4 By Unakite on 2007-01-10 13:59

โย่ววววววว

ความลับไม่มีในโลก และความฮาจะบังเกิดขึ้นเมื่อมีTAG 555+เป็นเครื่องมือที่ทำให้รู้ความลับชาวบ้านได้ดีจริงๆเลยนะคะว่ามั้ยย

#3 By *+Red Lolita Ryuhimi+* on 2007-01-09 19:06

อ่า...ขอบคุณนะ..
ตั้งฉายา ทำเอาผมกล่าวไม่ออกด้วยความอาย... ..ขอจัดการงาน
ให้เสร็จก่อนครับ..! ลง TAG แน่นอน
Happy new years 2550..!

#2 By [Unlimited > tequilaboy ;-/ on 2007-01-09 11:31

กรี๊ดลูลูช~~~

/me ผลักบีเจออกจากบล็อคไป "ขวางทางจะฟังเพลงคนหล่องิ"

#1 By joyka on 2007-01-09 06:57